ดูซีรี่ย์ Erased ซีรีส์ญี่ปุ่นจากมังงะขั้นเทพ ย้อนเวลาไปล่าฆาตกรเพื่อแก้อนาคต ซีรีส์ญี่ปุ่น แนวไซไฟ สืบสวน ลึกลับ ทริลเลอร์ ดัดแปลงจากมังงะ Boku dake ga inai machi เมื่อผู้ใหญ่ในร่างเด็กประถมต้องตามล่าฆาตกร ในแบบหักเหลี่ยมเฉือนคม

ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับมังงะ Boku dake ga inai machi ผลงานของ อ. Kei Sanbe ตีพิมพ์กับ สนพ.คาโดคาวะ ตั้งแต่ปี 2012-2016 ทั้งหมด 9 เล่มจบ ซึ่งฉบับซีรีส์มีทั้งหมด 12 ตอน ฉายทาง Netflix เมื่อปลายปี 2017 และได้รับเสียงวิจารณ์ในทางบวกไม่น้อย

Erased เรื่องย่อ

เรื่องราวจะเกี่ยวกับชายหนุ่ม ฟูจินุมะ ซาโตรุ ซึ่งมีพลังพิเศษบางอย่างติดตัวโดยไม่รู้สาเหตุ นั่นคือความสามารถในการ “ย้อนเวลา” เป็นการส่งตัวเองกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในช่วงสั้นๆก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้ายกับผู้คนได้

ซึ่งหลายครั้งความสามารถนี้จะถูกใช้งานเองเมื่อมีอันตรายเกิดขึ้นกับผู้คนที่อยู่ใกล้เคียง ดังนั้นเขาจึงสามารถช่วยชีวิตผู้คนมาได้นับไม่ถ้วน โดยที่พวกเขาก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตนเองถูกช่วยเอาไว้

แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เมื่อแม่ของเขาที่มาเยี่ยมที่อพาร์ทเมนต์กลับถูกฆาตกรรม ในขณะที่ตัวเขาก็ถูกตำรวจสงสัยว่าเป็นฆาตกร เขาจึงย้อนเวลากลับไปไกลถึง 18 ปี ในช่วงที่เขายังเป็นเด็กประถม เนื่องจากเขาพบว่าฆาตกรที่ฆ่าแม่เขา อาจจะเป็นคนเดียวกับฆาตกรลักพาตัวเด็กต่อเนื่องที่เคยลงมือในบ้านเกิดของเขา ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกี่ยวพันกับ “คาโยะ” เด็กหญิงเงียบๆที่เคียเรียนชั้นเดียวกับเขา ซึ่งถูกฆาตกรรมอย่างปริศนา

ซาโตรุจึงคิดว่า ย้อนเวลากลับมาคราวนี้ ตนต้องค้นหาให้ได้ว่า “ใครคือฆาตกรตัวจริง” เพื่อจัดการมัน ช่วยชีวิตของคาโยะ กับเด็กคนอื่นๆที่จะถูกฆ่า และอาจจะช่วยแม่ของเขาได้ด้วย

แต่เขาก็พบว่า ถึงจะมีพลังย้อนเวลากลับมาในอดีต การค้นหาฆาตกรด้วยพลังของเด็กประถมเพียงคนเดียวอาจจะยากกว่าที่คิดไว้ เพราะฆาตกรผู้นี้ก็ดูเหมือนจะเป็นคนใกล้ตัวของเขากว่าที่คิดนั่นเอง

Erased ตัวละคร

ฟูจินุมะ ซาโตรุ นักวาดการ์ตูนหนุ่มอายุ 29 ปี ที่ยังไม่เคยได้มีผลงานตีพิมพ์ จึงต้องทำงานเป็นพนักงานส่งพิซซ่าไปด้วย เขามีพลังพิเศษคือการย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายที่จะเกิดกับคนรอบข้างได้ กระทั่งวันหนึ่งเขาพบว่าแม่ที่มาเยี่ยมเขากลับถูกฆาตกรรม เขาจึงได้ย้อนเวลากลับไปอดีต แต่เขากลับพบว่าตนได้ย้อนไปไกลเมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็กประถม เขาจึงตระหนักว่าฆาตกรคือคนเดียวกับคนที่เคก่อคดีลักพาและฆาตกรรมเด็กต่อเนื่องในสมัยที่เขาเรียนชั้นประถม ซึ่งเหยื่อรายแรกในบ้านเกิดของเขาก็คือ คาโยะ เด็กหญิงที่เป็นเพื่อนร่วมชั้น เขาจึงต้องหาทางเข้าไปตีสนิทกับคาโยะเพื่อปกป้องเธอ และตามหาฆาตกรปริศนาไปด้วย

คาตางิริ ไอริ เด็กสาวมัธยมผู้สดใสร่าเริง ทำงานพิเศษที่เดียวกับซาโตรุและสนใจเขาไม่น้อย เธอเชื่อว่าเขาไม่ได้เป็นคนฆ่าแม่ตัวเอง และาทางช่วยเขาให้พ้นจากสถานการณ์ที่ลำบาก จนกระทั่งเธอเองก็ตกเป็นเป้าหมายของฆาตกรด้วย

ฮินาซึกิ คาโยะ เด็กหญิงทีเข้าสังคมไม่เก่ง ถูกแม่แท้ๆทำทารุณ เธอมักอยู่คนเดียวเสมอจึงตกเป็นเป้าหมายของฆาตกรร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ เมื่อซาโตรุย้อนเวลากลับมาในร่างเด็กประถม จึงตัดสินใจว่าครั้งนี้เขาจะไม่พลาดโอกาสที่จะช่วยชีวิตเธอ จึงเข้าไปตีสนิทเธอ แล้วหาทางปกป้องเธอจากคนร้ายให้ได้

ฟูจินุมะ ซาจิโกะ แม่ของซาโตรุ คอยห่วงใยซาโตรุอยู่เสมอ เธอถูกฆาตกรรมในไทม์ไลน์อนาคต เมื่อซาโตรุย้อนเวลากลับมาจึงต้องหาทางค้นหาฆาตกรตัวจริงให้พบ เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตที่แม่ของเขาตายด้วย

โคบายาชิ เคนยะ เพื่อนสนิทของซาโตระ เป็นคนฉลาด สุขุม เยือกเย็นยิ่งกว่าทุกคนในชั้นของซาโตรุ เขาเป็นคนแรกๆที่สังเกตเห็นว่าคาโยะมีรอยแผลจากการถูกแม่ทารุณ แต่ก็พบว่าซาโตรุเองก็สังเกตเห็นเหมือนกัน และเป็นซาโตรุที่เคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือเธอ เคนยะจึงทึ่งในตัวซาโตรุ เขากับเพื่อนๆจึงยึดเอาซาโตรุเป็นเสมือนฮีโร่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากลุกขึ้นมาช่วยเหลือผู้คนและต่อต้านคนร้ายบ้าง เคนยะเป็นคีย์แมนสำคัญคนหนึ่งที่ช่วยซาโตรุหาทางจับฆาตกรตัวจริง หลังจากไทม์ไลน์เริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

ยาชิโร่ กาคุ อาจารย์ประจำชั้นของพวกซาโตรุ เป็นคนที่พยายามช่วยคาโยะให้หลุดจากสถานการณ์ และค่อนข้างสนิทสนมกับซาโตรุไม่น้อย

ย้อนเวลากลับไปลบอนาคต เป็นซีรีส์ญี่ปุ่น แนวไซไฟ สืบสวน ลึกลับ ทริลเลอร์ ที่เป็นส่วนผสมผสานระหว่างไซไฟแฟนตาซี แล้วเล่นกับปมจิตวิทยาของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ

ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงจากต้นฉบับมังงะ Boku dake ga inai machi ผลงานของ อ. Kei Sanbe นับว่าเป็นผลงานที่โด่งดังที่สุดของผู้เขียนคนนี้

อันที่จริงก่อนจะมีฉบับซีรีส์ ก่อนหน้านี้ก็มีการดัดแปลงเป็นฉบับภาพยนตร์ Live Action ในปี 2016 แต่เนื่องจากต้องเดินเรื่องในเวลาจำกัดสั้นๆ ทำให้รายละเอียดถูกตัดออกไปมาก เสียงวิจารณ์จึงไม่ดีนัก

นอกจากนี้ ยังมีการดัดแปลงเป็นฉบับ อนิเมะซีรีส์ และทำให้เรื่องนี้โด่งดังจนเป็นกระแสในช่วงที่ออกฉายพอสมควร ในปี 2016 ทั้งหมด 12 ตอนจบ

แต่ในตอนที่เรื่องนี้ถูกทำเป็นอนิเมะ พบว่าในช่วงท้ายของเรื่องกลับมีการดัดแปลงเรื่องราวการเดินเรื่องบางอย่าง ซึ่งสาเหตุเข้าใจว่าเป็นเพราะจำนวนตอนที่จำกัด ทำให้อนิเมะจำเป็นต้องมีการตัดทอนเนื้อหาสำคัญในช่วงท้ายจนกระทั่งโดนวิจารณ์พอสมควร ถึงแม้ว่าในภาพรวมแล้ว อนิเมะจะทำออกมาได้ดีมากก็ตาม

สำหรับในส่วนของฉบับซีรีส์ที่ฉายใน Netflix ตัวเรื่องกลับสามารถเก็บรายละเอียดของเรื่องราวจากต้นฉบับมังงะได้ค่อนข้างครบ แม้จะมีการดัดแปลงรายละเอียดไปบ้าง แต่ก็ถือว่าทำได้เคารพต้นฉบับมากครับ และยังเก็บการเดินเรื่องช่วงท้ายที่เป็นไคลแมกซ์สำคัญเอาไว้ได้ด้วย

อันที่จริงแล้ว เรื่องนี้มีโจทย์สุดยากอย่างหนึ่งในการดัดแปลงเป็นซีรีส์ นั่นก็คือเรื่องราวกว่า 70% ของเรื่องนี้จากต้นฉบับมังงะ จะเป็นการใช้ตัวเอก ซาโตรุ ในวัยเด็ก เป็นตัวเดินเรื่อง นั่นหมายความว่าถ้าต้องแปลงเป็นซีรีส์คนแสดง ก็จะต้องใช้นักแสดงเด็กจำนวนมาก เพราะไม่ใช่แค่ตัวซาโตรุ แต่ในเรื่องยังมีตัวละครเด็กอีกหลายคนที่มีบทบาทโดดเด่นในเรื่อง ระดับที่ไม่สามารถตัดทิ้งออกไปได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น คาโยะ เคนยะ และกลุ่มเพื่อนในชั้นเรียนคนอื่นๆ เพราะหนึ่งในแก่นหลักของเรื่องนี้ ก็คือพลังของมิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อน ที่มีพลังถึงขั้นเอาชนะโชคชะตา สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตที่เลวร้ายได้นั่นเอง

ดังนั้น ตัวเรื่องจึงต้องใช้นักแสดงเด็กมาเล่นแล้วแทบจะเป็นตัวแบกเรื่องเอาไว้ด้วย ตรงจุดนี้ปรากฏว่าทีมสร้างของซีรีส์ทำได้ดีเกินคาด เมื่อนักแสดงเด็กที่มารับบทซาโตรุ คือ อุชิคาวะ เรโอะ กลับทำได้อยางยอดเยี่ยมเกินคาดมาก ชนิดที่พูดได้เลยว่า นักแสดงเด็กคนนี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ออกมายอดเยี่ยม

นอกจากนี้ คาคิฮาระ ริกะ นักแสดงเด็กหญิงที่รับบท คาโยะ ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญอีกคน ก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ในบทเด็กหญิงเก็บตัวอย่างคาโยะ ซึ่งเคมีระหว่างนักแสดงเด็กทั้งสองเวลาเข้าฉากด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญของซีรีส์ก็ลงตัวอย่างมาก

ซีรีส์ยังใช้วิธีการที่ลดภาระของเหล่านักแสดงเด็ก โดยในพาร์ทส่วนที่ซาโตรุย้อนอดีตกลับมาอยู่ในร่างเด็กประถม เวลาที่จะต้องมีบทบรรยายเพื่อบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดของเขาให้คนดูทราบ ก็จะใช้เสียงพากย์จาก ฟุรุคาวะ ยูกิ ซึ่งเป็นนักแสดงที่รับบทซาโตรุในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งโทนเสียงของเขาก็ทำได้เข้ากันดีกับบรรยากาศเย็นยะเยือกในเรื่อง เนื่องจากในฉากย้อนเวลาไปวัยเด็ก สถานที่ของเรื่องอยู่ในพื้นที่มีหิมะตกบ่อยๆ รวมถึงการจัดองค์ประกอบภาพที่เน้นโทนสีเย็น ดูลึกลับ ไม่น่าไว้ใจ กับฉากหลังหลายตอนที่ไม่ค่อยมีคนออกมาให้เห็น ก็ยิ่งช่วยให้เรื่องราวดูวังเวง เปล่าเปลี่ยว และดูเป็นสภาพสังคมที่ค่อนข้างอันตรายต่อชีวิตเด็กประถมที่อาจจะถูกลักพาตัวหายไปได้ทุกเมื่อ ซีรีส์เรื่องนี้จึงเสมือนต้องการสะท้อนสังคมญี่ปุ่นในหลายส่วนที่บางครั้งยังละเลยต่อปัญหาการทารุณกรรมเด็ก การใช้แรงงานเด็ก และความอ่อนด้อยของทางตำรวจท้องถิ่นที่เราจะพบว่าในเรื่องจับแพะถึงสองครั้ง

ในส่วนของการสืบสวน วางแผน หักเหลี่ยม และตามล่าหาคนร้าย ก็ทำได้สนุก น่าลุ้น และน่าเอาใจช่วยว่า เด็กประถมที่มีมันสมองเป็นผู้ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ที่เก่งหรือรอบรู้มากนักอย่างซาโตรุ จะสามารถวางแผนล่อจับคนร้ายตัวจริงออกมาได้ยังไงเพียงลำพัง ซึ่งในซีรีส์มีสารที่ต้องการสื่อออกมาที่แข็งแรงพอสมควร โดยเฉพาะการให้ตัวเอกค่อยๆที่จะไว้วางใจเพื่อนๆในวัยเด็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่รอบตัว เพื่อขอความร่วมมือในการปกป้องชีวิตของคาโยะเอาไว้

สำหรับคนร้ายตัวจริง จะว่าไปแล้วไม่ได้เดายากเกินไป เชื่อว่าเมื่อหลายคนดูไปถึงสักกลางเรื่อง อาจจะพอเดาออกว่าคือใคร เนื่องจากมีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ทางไปนั้น อีกทั้งแรงจูงใจที่ทำให้คนร้ายกลายเป็นฆากรโรคติคต่อเนื่อง ก็ถูกบอกเล่าออกมาได้ดีครับ

อีกจุดที่ทำได้ดีคือ ส่วนโรมานซ์ ที่แม้ว่าจะมีน้อยนิดเหลือเกินในเรื่อง เพราะไม่ใช่จุดที่เน้นอยู่แล้ว แต่ก็ทำให้คนดูอดที่จะเอาใจช่วยและลุ้นตามไม่ได้ว่า ท้ายที่สุด ซาโตรุจะได้รับผลตอบแทนจากความดีที่เขาทุ่มชีวิตในท้ายที่สุดหรือไม่ ซึ่งบทสรุปของเรื่องก็ออกมาได้งดงามมากเท่าที่เรื่องราวจะทำได้ครับ

ส่วนจุดด้อยที่จริงแล้วก็มีอยู่เหมือนกัน จุดแรกสุดเลยคือ ที่มาที่ไปพลังย้อนเวลาของตัวเอก ที่ไม่ได้มีคำอธิบายอะไรมากนัก แต่ในจุดนี้เป็นการอิงมาจากมังงะที่ก็เขียนเรื่องพลังไว้แบบหลวมๆ เรื่องที่มาของพลังจึงไม่ได้เป็นจุดที่ให้ความสำคัญมากเท่ากับการเดินเรื่อง

นอกจากนี้ยังมีความไม่สมเหตุผลของการเคลื่อนไหวจากฝั่งคนร้ายในช่วงย้อนอดีต ไปจนถึงแผนการของคนร้ายในการใส่ร้ายซาโตรุที่โคตรจะเล่นง่ายมาก คือดูแล้วเหมือนทำให้ตำรวจด้อยประสิทธิภาพพิกล อีกทั้งบทที่จะทำให้พวกซาโตรุช่วยชีวิตเด็กที่จะตกเป็นเหยื่อเอาไว้ได้ก็ง่ายเกินไปนิด ในขณะที่ฝั่งตัวร้ายก็มีความจิตแบบที่คนดูอาจจะรู้สึกแปลกๆ กับตรรกะและการกระทำที่ดูขัดกันอย่างมาก โดยในเรื่องก็ให้คำตอบผ่านทางชีวิตวัยเด็กของตัวร้ายและความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นหลังจากเจ้าตัวได้พบกับซาโตรุ ว่าเพราะอะไรเขาจึงเคลื่อนไหวแบบนั้น